2007/Dec/23

สวัสดีท่านผู้อ่าน ตอนนี้ผมขอนำเสนอบันทึกการเดินทางฉบับพิสดารของชาว Charity Project นะครับ 

เรื่องราวมีอยู่ว่า ทีมงานอาวุโส 4 คน ได้แก่ ข้าพเจ้า (Gow27), เอิร์บ, นัท และช้าง อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปทำคุณงามความดีในจังหวัดอื่นๆ กันบ้าง ประกอบกับเป็นจังหวะที่เพื่อนๆ ทุกคนว่างงานอย่างพร้อมเพรียงกันพอดี ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียทีที่กรมอุตุฯ อุตส่าห์แจ้งว่าช่วงนี้ภาคเหนือของประเทศไทยมีอุณหภูมิลดต่ำกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา พวกเราเลยตัดสินใจเดินทางไปทำกิจกรรมรับลมหนาว ณ จังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน  

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น โปรดติดตามความเคลื่อนไหวได้ดังนี้ครับ

หลักฐานชิ้นแรกบ่งชี้ว่า กลุ่ม Charity Project ออกเดินทางจาก กทม. เมื่อเวลา 19.00 .

 

ฟ้าเริ่มมืดสนิท ถนนใจกลางแดนบางกอกยามค่ำคืนวันศุกร์ คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์และผู้สัญจรไปมา ชวนให้รู้สึกว่า…. กว่าจะไปถึงเชียงใหม่มันจะกี่โมงฟะเนี่ย ? ที่ซวยก็คือ พลขับของเราประกาศว่า ผู้โดยสารทุกคน ห้ามหลับเด็ดขาด เพราะถ้าหลับ ตัวเขาก็จะหลับด้วยเหมือนกัน เจริญจริงๆ เชียว

พาหนะของเราแล่นตัดผ่านความมืดควบคู่ไปกับรถคันอื่นๆ บนท้องถนนสายเปลี่ยว ผู้โดยสารทุกคนต่างให้กำลังใจคนขับด้วยการนั่งตัวแข็งทื่อ กาแฟทั้งหมดถูกกรอกใส่ปากของคนขับทันที โดยเฉพาะช่วงเหยียบด้วยความเร็ว 140 กม./ชม. ผ่านหุบเขาขุนตาลอันคดเคี้ยว และประดับประดาด้วยศาลเพียงตามากมาย เนื่องจากขุนเขาทะมึนแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอุบัติเหตุร้ายแรงนับไม่ถ้วน

 

8 ชม. ผ่านไป ไม่ไวเหมือนที่คิด

ในที่สุด หนุ่มถึกทั้งสี่รายก็มาถึงเชียงใหม่ประมาณตี 2 ครึ่ง ก่อนจะสลบไสลเมื่อหัวถึงหมอนตอนตี 4 กว่าๆ ปิดฉากการเดินทางคืนแรกอย่างสมบุกสมบันเหลือเกิน

 

หลังตื่นขึ้นด้วยอาการสะโหลสะเหลในวันรุ่งขึ้น สถานที่ๆ เรามุ่งหน้าไปเที่ยวเอ๊ย ไปแสวงบุญ ก็คือโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเชียงใหม่ นั่นคือวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ซึ่งถูกสร้างตั้งแต่ปี พ.. 1929 ในอาณาจักรล้านนา

 

 

เนื่องจากเป็นเช้าวันเสาร์ บันไดทางขึ้นจึงดาษดื่นไปด้วยบรรดาชาวบ้านและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ